อาการปวดข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome : CST)
ข้อมือ คือ อวัยวะหนึ่งในร่างกายที่เราใช้งานมากที่สุดในชีวิตประจำวัน แทบทุกกิจกรรมล้วนต้องใช้งานข้อมือเป็นส่วนประกอบทั้งนั้น เพราะเป็นข้อต่อที่เคลื่อนไหวได้รอบทิศทาง และสิ่งสำคัญที่พยุงข้อต่อของเราไว้นั่นก็คือ เอ็น และ กระดูกรอบข้อมือ ซึ่งการใช้งานซ้ำๆ เป็นประจำทุกวันเป็นเวลานาน ย่อมทำให้เอ็นและกระดูกส่วนนี้เกิดการเสื่อมและบาดเจ็บได้ แม้จะไม่เคยเกิดอุบัติเหตุโดยตรงกับข้อมือก็ตาม
สาเหตุการเกิดอาการปวดข้อมือ
- การใช้ข้อมือซ้ำๆ ในกิจกรรมเดิมต่อเนื่องเป็นประจำ
- อุบัติเหตุที่ทำให้ข้อมือช้ำ กระดูกหัก ข้ออักเสบ
- โรคที่ส่งผลต่อข้อ เช่น โรคเบาหวาน โรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ เนื้อองอกบริเวณข้อมือ โรครูมาตอยด์ เป็นต้น
อาการการปวดข้อมือแบบใดบ้าง
- รู้สึกปวดข้อมือในเวลากลางคืน หรือตอนที่ไม่ได้ใช้ข้อมือ
- หยิบจับของไม่สะดวก หรือทำไม่ได้อย่างที่เคยเป็นมา
- มีอาการปวดข้อมือเรื้อรัง แม้จะผ่านไปหลายวัน หรือพักการใช้งานข้อมือมาระยะหนึ่งแล้ว
- เจ็บ ปวด ไม่สามารถยืดเหยียดข้อมือได้
- มีอาการเจ็บปวดที่จุดอื่นด้วย เช่น แขน มือ นิ้ว
- 6. มีไข้ ปวด บวม แดง ร้อน นอกเหนือจากปวดข้อ
การวินิจฉัยอาการปวดข้อมือ
โดยปกตินอกจากการซักประวัติและตรวจร่างกายเบื้องต้นแล้ว สามารถตรวจอาการปวดข้อมือได้ด้วยการตรวจการนำคลื่นไฟฟ้าของเส้นประสาทข้อมือ ร่วมกับการเอกซเรย์กระดูกข้อมือ หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) หรือการตรวจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ซึ่งโดยปกติแล้วหากอยู่ในระยะเริ่มต้นควรงดใช้งานมือข้างนั้นสักระยะ เลี่ยงการยกของหนัก และการใช้งานมือในลักษณะเดินซ้ำๆ เพื่อลดอาการบาดเจ็บเพิ่มเติม รวมถึงการใช้หมอนรองข้อมือเวลาทำงานและเวลานอน ก็ช่วยลดอาการปวดข้อมือลงได้ด้วยเช่นกัน
ข้อมูลอ้างอิง
โรงพยาบาลพญาไท, “อาการปวดข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome:CST)” [8 กุมภาพันธ์ 2567].
KDMS Hospital, “ปวดข้อมือมานานไม่หายสักที นี่คืออาการที่ต้องระวัง” [2569].
https://kdmshospital.com/article/hands-fingers/
โรงพยสบสลธนบุรี, “รู้ไว้ก่อนสาย 7 สัญญาณปวดข้อนิ้วมือที่บ่งบอกโรคร้ายแรง” [12 มีนาคม 2568].